123

 

 
 

รีวิว Beauty and the Beast โฉมงามกับเจ้าชายอสูร

16 March 2560 oat123 445 Views

 

“ทั้งที่รู้เรื่องราวทั้งหมดอยู่แล้ว

แต่หนังก็สามารถนำเสนอได้ชวนตื่นตะลึง

อิ่มเอมใจ ฟินเกินคาด”

@KimkanaMagazine

landscape-1478513055-beast-and-belle

 

 

เมื่อดีสนีย์มีโปรเจ็กต์ที่จะนำแอนิเมชั่นสุดคลาสสิกอย่าง ‘โฉมงามกับเจ้าชายอสูร’ มาทำใหม่ในเวอร์ชั่นคนแสดงโดยให้เอ็มม่า วัตสันมารับบทนางเอกของเรื่อง ความเฝ้ารอคอยก็เริ่มต้นขึ้น แม้จะแอบหมายใจอยู่ว่าเบลล์เวอร์ชั่นนี้ต้องทำหน้าครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลาเป็นแน่ แต่เดี๋ยวก่อน เมื่อถึงเวลาได้ดูหนังเรื่องนี้แบบเต็มๆ ต้องยอมรับเลยว่า ที่เคยคิดว่าหนังคงจะไม่สุด ก็ต้องขอหยุดความคิดเหล่านั้นไว้ เพราะเมื่อดูจบแล้ว ความรู้สึกที่ได้รับคือมีความสุขมากกก ถือเป็นหนังเรื่องแรกของปีนี้เลยที่อยากดูรอบสองอีก นับเป็นงานโรแมนติกแฟนซีที่มาพร้อมความอลังการทั้งฉาก การแต่งกาย และงานซีจีที่ชวนตื่นตา

 

แน่นอนแหละว่าเนื้อหาหลักๆ ก็ไม่ได้ฉีกหรือหักมุมแต่อย่างใด เพราะเทพนิยายดีสนีย์ก็ยังคงเป็นเทพนิยายดีสนีย์ ที่พร้อมมาเชิญชวนให้สาวๆ ทุกคนฝันหวานไปกับพล็อตแสนสวยงามตามท้องเรื่องจริงๆ และทั้งๆ ที่รู้เรื่องราวทั้งหมดอยู่แล้ว แต่หนังก็สามารถนำเสนอได้อย่างชวนตื่นตะลึง อิ่มเอมใจ ฟินเกินคาด แถมยังมาในเบอร์มิวสิคัลที่แสนลงตัว ขับกล่อมคนดูด้วยบทเพลงเพราะๆ จากเสียงของนักแสดงเอง ชวนให้เคลิบเคลิ้มตามสุดๆ เรียกได้ว่าไม่มีซีนไหนสะดุดเพราะเพลงเลย ภาพรวมคือหนังเล่าได้แบบไหลลื่น ชวนติดตาม และไม่ดูพยายามบิลด์ให้โลกสวยเกินไป ยังให้แง่คิดเกี่ยวกับการมองคนที่จิตใจ ใช่ใบหน้าเอาไว้ตามคอนเซ็ปต์หลักนาจา

 

โดยเรื่องราวหลักๆ จะเกิดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเจ้าชายรูปงามแต่นิสัยไม่น่ารักถูกสาปให้กลายเป็นอสูร พร้อมๆ กับเหล่าคนใช้ในปราสาทที่ต้องกลายร่างเป็นสิ่งของมีชีวิตไปด้วย เพราะเขาชอบตัดสินคนจากรูปลักษณ์ยังไงล่ะ และหากกุหลาบของผู้วิเศษร่วงทุกกลีบก่อนที่เขาจะได้เจอรักแท้เมื่อไหร่ เขาก็จะกลายร่างเป็นอสูรไปตลอดกาล แต่ก็ไม่ต้องรอช้านานหรอกเพราะเขากำลังจะได้เจอกับเบลล์ สาวงามจากหมู่บ้านเล็กๆ ที่ต้องมาเยือนปราสาทแห่งนี้ด้วยสาเหตุบางอย่าง และเธอคนนี้นี่แหละอาจจะคลายคำสาปที่ว่าได้ ทว่ามันดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เลยที่หญิงงามจะมาหวั่นไหวกับอสูรหน้าโหด

 

เอาเป็นว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ในหนังดิสนีย์ อย่างที่บอกไปว่าหลายคนรู้บทสรุปของเรื่องกันอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ ก็ต้องคารวะ ผกก. ที่ทำหนังออกมาไม่ให้ดูน่าเบื่อ (บทอาจจะธรรมดาไปนิด แต่ไม่ติดนะ) คือการเดินเรื่องแม้จะมาตามแบบฉบับแอนิเมชั่นเป๊ะๆ แต่ส่วนขยายเล็กๆ ที่เพิ่มเข้ามา ก็ทำให้หนังดูน่าสนใจมากขึ้น นอกจากนี้เพลงประกอบยังไพเราะมากมายเหลือเกิน ที่สำคัญนักแสดงนำยังเล่นกันดี รวมถึงเหล่านักแสดงสมทบที่มาให้เสียงพากย์เป็นสิ่งของในปราสาทด้วย ขณะที่เอมม่า วัตสันก็สวยสมบทกว่าที่คิด ไม่ติดประเด็นเรื่องที่นางชอบทำหน้าเหมือนจะขมวดคิ้วแล้วนะ เพราะการแสดงของนางนี่แหละเอาอยู่ สำหรับแดน สตีเฟ่นในบทเจ้าชายอสูรก็มีเสน่ห์มาก ขนาดตอนเป็นอสูรยังดูหล่อ แถมยังน่ารักได้อีก

 

ส่วนตัวร้ายหลักๆ อย่างกัสตอนที่รับบทโดยลุค อีแวนส์ ก็เล่นได้เก๊กดี แถมยังเสียงทรงพลังมาก มีซีนออกเยอะอยู่ เช่นเดียวกับบทเลอฟู สหายของเขา ซึ่งรับบทโดยนักแสดงที่เคยพากย์เสียงเป็นโอลาฟ ก็เล่นได้สะดิ้งมากๆ อรรถรสสุดๆ ซึ่งบทนี้แหละที่ทำให้หนังโดนจำกัดเรตในบางประเทศ เพราะถือเป็นตัวละครเกย์ที่โผล่เข้ามาในหนังดิสนีย์เป็นครั้งแรกด้วย แต่เท่าที่ดูรวมๆ จากบทก็ไม่ได้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีตรงไหน เห็นแล้วน่าเอ็นดูดีออก ยังมีนักแสดงรุ่นใหญ่หลายคนมาเล่นในเรื่องนี้ด้วยนะ ก็ช่วยสร้างสีสันได้มากพอสมควร และที่ชวนให้ละลายได้จริงๆ ก็เห็นจะเป็นซีนเต้นรำตอนช่วงหลังๆ ถือเป็นไฮไลต์ที่น่าจดจำ ทำออกมาได้ตราตรึงใจมากกก เสียงเพลงในซีนนั้นยังบรรเลงในหัวอยู่เลย ต้องถือว่าหนังเวอร์ชั่นนี้คือสนุกซึ้งเกินคาดนะเออ

 

9/10

by คิมคานา

 

เรื่องอื่นๆ

แสดงความคิดเห็น

Menu